คลิ๊กที่นี้ เพื่อปิด 
พฤหัสบดี, 20 มิถุนายน 2013
Decrease font size Reset font size Increase font size
หน้าหลัก > ข่าวสาร > สถานะการณ์โลกอิสลาม > ลิเบียจะแตกออกเป็นเสี่ยงแน่หรือ ?
PDF พิมพ์ อีเมล
สรุปข่าวโลกอิสลาม - สถานการณ์โลกอิสลาม

 

ลิเบียจะแตกออกเป็นเสี่ยงแน่หรือ ? 

 หลังจากชาวลิเบียต้องสังเวยชีวิตนับพันศพ เพื่อต่อสู้โค่นล้มระบอบเผด็จการของพันเอกมุอัมมัร กัดดาฟี อดีตประธานาธิบดีแห่งลิเบีย ชาวลิเบียหวังว่า ประเทศชาติจะมีเสถียรภาพ และประชาชนจะมีสิทธิ เสรีภาพอย่างแท้จริง  แต่สิ่งที่ชาวลิเบียคาดหวังนั้นอาจจะกลายเป็นว่า  ชาวลิเบียอาจจะต้องผเชิญกับภัยอันตราย ที่จะนำพาประเทศไปสู่สงครามกลางเมืองอีกครั้ง สาเหตุจากหัวหน้ากลุ่มชนเผ่าหลายชนเผ่า ผู้นำทหาร และนักการเมืองภาคตะวันออกของลิเบียรวมกลุ่มกันประมาณ 3000 คน ประชุมที่เมืองเบงกาซี เมื่อวันที่ ๗  มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อสร้างรัฐกึ่งเอกราชปกครองตนเอง โดยประกาศว่า เขตบั้รเกาะฮฺ ที่มีชายแดนด้านทิศตะวันออกติดประเทศอียิปต์จรดเมืองศิรตฺด้านทิศตะวันตก เป็นรัฐบั้รเกาะฮฺ  มีสภาถ่ายโอนอำนาจแห่งรัฐ รัฐสภาชั่วคราว และเตรียมการเลือกตั้งตำแหน่งรัฐมนตรีน้ำมัน รัฐมนตรีการคลัง รัฐมนตีรกลาโหม รัฐมนตรีการศึกษา มีอำนาจบริหารปกครองตนเอง แต่ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของลิเบีย โดยพวกเขาอ้างว่า เพราะศูนย์รวมอำนาจของรัฐล้มเหลว และนโยบายของสภาถ่ายโอนอำนาจแห่งชาติลิเบียเป็นระบอบเผด็จการ และการด้อยโอกาสในพัฒนาภาคตะวันออกของลิเบีย

 

       ประธานสภาถ่ายโอนอำนาจแห่งชาติลิเบีย นาย มุสตอฟา อับดุ้ลญะลี้ล ระบุว่า กลุ่มประเทศอาหรับที่อยู่ใกล้ลิเบียอยู่เบื้องหลังให้การสนับสนุนการประชุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งในอดีตและปัจจุบัน ร่วมด้วยอดีตนายกรัฐมนตรีลิเบีย นาย มุสตอฟา บิน ฮะลีม กล่าว ปฏิเสธไม่ยอมรับระบอบสหพันธรัฐ ถือว่า ทำการแบ่งแยกและให้ลิเบียแตกออกเป็นเสี่ยง แยกส่วนหนึ่งต้องสูญเสียอีกส่วนหนึ่งของประเทศ และระบุอีกว่า ชาวลิเบียต่อสู้กับระบอบกัดดาฟี ก็เพื่อความเป็นเอกภาพและความเป็นปึกแผ่นของชาติ และการปฏิวัตประชาชนต้องสูญเสียเลือดเนื้อในช่วงระหว่างนั้น ทำให้ชาวลิเบียยึดเหนี่ยวกันและกัน และชาวลิเบียจะไม่มีวันแยกออกจากกัน

 

        นาย  อับดุ้ล ร่อซ๊าก อัลอะรอดี สมาชิกสภาถ่ายโอนอำนาจแห่งชาติลิเบีย ( เอ็น ที ซี ) แถลงการณ์หลังการประกาศจัดตั้งสภาชั่วคราวที่เมืองเบงกาซี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ว่า การประกาศรัฐกึ่งเอกราชทางภาคตะวันออกของลิเบีย ถือว่าเป็นการเดินถอยหลังกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของการแบ่งแยกลิเบีย และไม่เป็นผลดีแก่ชาวลิเบีย แท้ที่จริงแล้วเป็นการเปิดประตูนรกให้แก่ชาวลิเบีย (ฆ่ากันเองลงนรกทั้งคู่)

 

         เซค อัลศอดิ๊ก อัลฆุรยานี มุฟตีของลิเบีย ยืนยันว่า แน่นอนการสร้างรัฐกึ่งเอกราช ( มีอำนาจปกครองตนเอง ) คือจุดเริ่มของการแบ่งแยก และการแบ่งแยกจะนำไปสู่การขัดแย้งกันอย่างแน่นอน และจะเปิดประตูแห่งการต่อสู้ให้ได้มาในสิ่งต่างๆ มากมาย คือ แหล่งน้ำมัน และนี่คือสิ่งที่ศัตรูอิสลามต้องการให้เกิดขึ้นแก่พวกเรา “แบ่งแยกแล้วปกครอง"

 

         นักเคลื่อนไหวทางการเมือง นายอิบรอฮีม ญิบลีล ไม่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นในการประชุมที่เมืองเบงกาซี กล่าวว่า อะไรคือสิทธิของคน 3000 คน ที่ตัดสินใจสร้างรัฐกึ่งปกครองตนเอง โดยไม่ขอความคิดเห็นจากชาวลิเบียทั้งหมด

         และทำไมต้องเป็นด้านตะวันออกของลิเบียที่ต้องการเป็นรัฐกึ่งเอกราชมีอำนาจปกครองตนเอง เพราะด้านตะวันออกของลิเบีย  เริ่มจากเมืองอัลบัยดออฺ จรดเมือง เบงกาซี และเมือง อัลบุรอยเกาะฮฺ  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงกลั่นน้ำมัน และเป็นท่าเรือส่งออกน้ำมันสำคัญยิ่งของลิเบีย เช่น ท่าเรือฮะรีเกาะอฺ ท่าเรือบะรีเกาะอฺ ท่าเรือซุวัยตียะอฺ ท่าเรือเราะสุ้ลลานูฟ และท่าเรือศุดเราะอฺ และยังมีบ่อน้ำมันสำคัญ ๆ อีกหลายบ่อ ซึ่งส่วนมากน้ำมันและก๊าซอยู่ที่นี้ นับว่าเมืองอัลบัยดออฺ เมืองสะรีรฺ และกลางทะเลทรายภาคตะวันออกของลิเบีย เป็นแหล่งน้ำมันดิบสำคัญ และการลุกฮือต่อต้านของประชาชนเริ่มต้นจากเมืองอัลบัยดออฺ และเบงกาซี

 

ด้านตะวันตกของลิเบีย ถือว่าเป็นจุดศูนย์รวมทรัพยากรน้ำมันสำคัญอันดับสองของลิเบีย และเมืองซาวียะอฺ ห่างจากกรุงตริโปลีประมาณ 100 กิโลเมตร เป็นหัวใจสำคัญของโรงกลั่นน้ำมัน และเมืองท่าการส่งออกน้ำมันทางภาคตะวันตก แหล่งน้ำมันดิบที่สำคัญยิ่งของเขตนี้ คือ อินติศอรฺ  อัลวาฮะอฺ  มับรูกฺ และบาฮี

 

ด้านตะวันตกเฉียงใต้ของลิเบีย เป็นเขตพื้นที่ที่มีอนาคตสดใส ได้เริ่มสำรวจขุดเจาะน้ำมัน หลังจากลิเบียถูกยกเลิกมาตรการแซงชั่น ในปี ค.ศ 2005 และพบแหล่งน้ำมันใหม่ ๆ หลายแห่ง เช่น แหล่งมัรซูกฺ โดยเฉพาะค้นพบแหล่งน้ำมันทางทะเล ตรงชายฝั่งทะเลด้านทิศตะวันตกติดกับประเทศตูนิเซีย

 

         นับว่า เหตุการณ์การสร้างรัฐกึ่งเอกราชปกครองด้วยตนเอง เป็นการส่งสัญญานอันตรายให้แก่สภาถ่ายโอนอำนาจแห่งชาติลิเบียอีกครั้ง หลังจากเกิดเหตุการณ์สู้รบกันเองระหว่างกลุ่มติดอาวุธชนเผ่าตะบู เชื้อสายอัฟริกันกับกลุ่มติดอาวุธชนเผ่าซุวา เชื้อสายอาหรับ ที่เขตกุฟเราะฮฺ เป็นพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของลิเบียติดกับประเทศสาธารณรัฐชาด ซูดาน และอียิปต์ ห่างจากกรุงตริโปลีประมาณ 2000 กิโลเมตร เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดความสูญเสียมากกว่าร้อยชีวิตระหว่างสองฝ่ายที่ต้องการอำนาจหลังสิ้นระบอบพันเอกมุอัมมัร กัดดาฟี ณ เวลานี้ สภาถ่ายโอนอำนาจแห่งชาติลิเบีย ไม่สามารถแผ่อำนาจให้ยุติการต่อสู้ระหว่างกลุ่มชนเผ่าในลิเบียได้อย่างเด็ดขาด

     

 นักวิเคราะห์ระบุว่า ให้สภาถ่ายโอนอำนาจแห่งชาติลิเบียและรัฐบาลชั่วคราว กำหนดตารางแผนการณ์การสร้างชาติอย่างเป็นขั้นตอนอย่างชัดแจ้งให้ชาวลิเบียทราบทุกขั้นตอน และก่อตั้งกองกำลังทหาร หน่วยรักษาความมั่นคงภายในประเทศ องค์กรการพิจารณาคดีความ สุดท้ายปลดอาวุธกลุ่มติดอาวุธที่มีอยู่มากมายทั่วลิเบีย เพื่อไม่ให้เกิดสถานการณ์ไร้ขือแปภายในลิเบีย .

 

 

 เก็บข่าวแล้วนำมาพิมพ์ จากเว๊ปไซด์อาหรับ

 อ. จรวด นิมา   

      

 

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช