คลิ๊กที่นี้ เพื่อปิด 
พุธ, 19 มิถุนายน 2013
Decrease font size Reset font size Increase font size
หน้าหลัก > ข่าวสาร > สถานะการณ์โลกอิสลาม > แผนสงครามต่อต้านการก่อการร้าย 3
PDF พิมพ์ อีเมล
สรุปข่าวโลกอิสลาม - สถานการณ์โลกอิสลาม

แผนสงครามต่อต้านการก่อการร้ายของสหรัฐฯ บุชถึงโอบามา 3

 Untitled-3

อ.จรวด นิมา

เพียงปีเศษ แผนสงครามต่อต้านการก่อการร้ายครั้งที่ 2 ของประธานาธิปดีจอรจ์ ดับเบิ้ลยูบุช เพื่อเข้าไปควบคุมการผลิตและส่งออกน้ำมันอิรัก เริ่มขึ้นที่ประเทศอิรักในวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ. 2003 ทำการโจมตีอิรักทั้งทางบกและทางอากาศตลอด 21 วัน ด้วยข้อกล่าวหาและสร้างหลักฐานเท็จหลอกลวงชาวโลกในการทำสงคราม ว่า รัฐบาลอดีตประธานาธิปดี ซัดดาม ฮุสเซ็น  ผลิตและครอบครองอาวุธทำลายล้างสูง ทั้งที่ก่อนสงครามคณะผู้ตรวจสอบอาวุธของสหประชาชาติ ไม่พบหลักฐานการผลิตและครอบครองอาวุธทำลายล้าง แต่สหรัฐฯ และอังกฤษ  ก็อ้างสิทธิป้องกันตนเอง ทำการโจมตีอิรักตามหลักการป้องกันก่อนเกิดเหตุการณ์ กระทั้งทุกวันนี้ก็ยังไม่พบหลักฐานอาวุธทำลายล้างแต่อย่างใด ทั้งยังให้ร้ายกล่าวหารัฐบาลอดีตประธานาธิปดี ซัดดามฮุสเซ็น อีก ว่ามีความสัมพันธเกี่ยวข้องกับองค์กรอัลกออิดะฮ์ โดยสมรู้ร่วมคิดในเหตุการณ์ 11 กันยายน ก่อวินาศกรรมตึกเวิลด์เทรดและแพนตากอนของสหรัฐฯ และกล่าวหาอีกว่า พื้นที่ทางตอนใต้ของอิรักมีค่ายฝึกกำลังของอัลกออิดะฮ์ กระทั้งวันที่ 29 กรกฎาคม ค.ศ 2004 หน่วยงานที่ถูกตั้งขึ้นโดยรัฐสภาวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ รายงานว่าไม่มีหลักฐานการเชื่อมโยงระหว่างซัดดัมกับอัลกออิดะฮ์เลย

หลังจากสหรัฐฯและพันธมิตร 30 ชาติได้ทำสงครามโค่นล้มรัฐบาลของประธานาธิปดี ซัดดัม ฮุสเซน และเข้ายึดการปกครองประเทศอิรัก โดยจัดตั้งคณะบริหารประเทศชั่วคราวของกองกำลังพันธมิตร ต่อมาได้มีการส่งมอบอำนาจอธิปไตยคืนให้แก่รัฐบาลชั่วคราวของอิรัก เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ 2004 และทำเป็นว่าประเทศอิรักจะต้องเป็นประชาธิปไตย จึงต้องมีการเลือกตั้งสมัชชาแห่งชาติที่มีจำนวนสมาชิก 275 ที่นั่ง เมื่อวันที่ 30 มกราคม ค.ศ 2005และได้มีจัดตั้งรัฐบาลเปลี่ยนผ่าน เมื่อวันที่ 6 เมษายน ค.ศ 2005 โดยมีนาย ญาลาล ตอลิบานีชาวเคริด์ เป็นประธานาธิปดี และนาย อิบรอฮีม อัลญะฟารี ชาวชีอะฮ์เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อทำหน้าที่บริหารประเทศ ต่อมาได้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญของอิรักและลงประชามติรับรองฉบับถาวรดังกล่าวเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ค.ศ 2005 หลังจากนั้นได้จัดการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติภายใต้รัฐธรรนูญฉบับอเมริกันยกร่าง เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ค.ศ. 2005 เป็นครั้งแรก และมีการจัดตั้งรัฐบาลถาวรอิรักเมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ 2006 โดยนาย ญาลาล ตอลิบานี ได้ดำรงประธาธิปดีอิรักอีกครั้งหนึ่ง นาย นูริ อัลมาลิกี จากพรรคชีอะฮ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน และการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาอิรักทั่วประเทศเมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ ค.ศ. 2010 ที่ผ่านมา นับเป็นครั้งที่สอง ในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาอย่างเป็นทางการในอิรัก   Untitled-4 

           และผลจากการเลือกตั้งทั่วประเทศ พรรค القائمة العراقية   หรือ บัญชีรายชื่ออิรัก นำโดย อิยาด อัลลาวี อดีตนายกรัฐมนตรีเฉพาะกาลของอิรัก และอดีตเจ้าหน้าที่ ซี ไอ เอ สหรัฐฯ ซึ่งเป็นชีอะฮ์ ได้มา 91 ที่นั่ง พรรค ائتلاف دولة القانون   หรือ พันธมิตรนิติรัฐ นำโดย นูริ อัลมาลิกี นายกรัฐมนตรีอิรัก พันธมิตรพรรคชีอะฮ์ ได้มา 89 ที่นั่ง พรรค الائتلاف الوطنى العراقى   หรือ พันธมิตรแห่งชาติอิรัก นำโดย อัมมาร อัลฮะกีม ซึ่งเป็นกลุ่มชีอะฮ์ ได้มา 70 ที่นั่ง พรรค التحالف الكردستانى   หรือ พันธมิตรชาวเคิรด์ นำโดย มัสอูด บัรซานี และ ญาลาล ตอลิบานี ทั้งสองมีความสัมพันธ์แนบแน่นกับอิสราเอล ได้มา 43 ที่นั่ง ที่เหลือส่วนใหญ่เป็นพรรคได้ไม่ถึงสิบที่นั่ง และเนื่องจาก ไม่มีพรรคใดครองเสียงข้างมากจาก 325 ที่นั่งทั้งหมด ทำให้การเจรจาฟอรม์รัฐบาลผ่านมา 5 เดือนกว่า ประชาชนชาวอิรักยังไม่ได้เห็นรัฐบาลตัวแทนสหรัฐฯและอิหร่าน !! นอกจากเห็นการรวมพรรคของนาย นูริ อัลมาลิกี กับพรรคของนาย อัมมาร อัลฮะกีม เมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา แล้วเปลี่ยนชื่อพรรคใหม่ว่า التحالف الوطنى    พรรคพันธมิตรแห่งชาติ รวมกันได้ 159 ที่นั่ง แต่ยังไม่สามารถครองเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะขาดอีก 4 ที่นั่ง  เป้าหมายของการรวมพรรคเพื่อต้องการกำจัดพรรคของนาย อิยาด อัลลาวี ที่มีชาวซุนนะฮ์ให้การสนับสนุน  และการรวมพรรคทั้งสองคาดว่าได้รับแรงหนุนจาก อะยาตุ้ลเลาะฮ์ อาลี อัลซีสตานี ผู้นำทรงความรู้ของฝ่ายชีอะฮ์ ที่สามารถเรียกร้องให้ชาวชีอะฮ์มาร่วมชุมนุมนับล้านคนบนท้องถนนในเมืองอันนะจัฟ

         สหรัฐฯ ประกาศยุติสงครามในอิรักและเปลี่ยนไปสู่ภารกิจอบรมทางทหารและให้การปรึกษาแก่กองกำลังความมั่งคงอิรัก โดยคงทหารไว้จำนวน 50,000 นาย และเมื่อถึงวันที่ 1 มกราคม 2555 สหรัฐฯจะถอนทหารออกจากอิรักทั้งหมด ตามที่เป็นข่าวตามหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ แต่ที่จริงยังมีทหารอังกฤษประมาณ 150 นาย (ตามสื่ออังกฤษ) และมีผู้ที่ทำสัญญากับกองกำลังสหรัฐฯ เกือบ 1 แสนคน มาจากกลุ่มประเทศด้อยพัฒนา เพื่อปฎิบัติงานร่วมกับกองกำลังสหรัฐฯ ในจำนวนนั้นสมัครเป็นทหารรับจ้าง 1 หมื่น 1 พันคน เพื่อช่วยเหลือกองกำลังสหรัฐฯในอิรัก โดยเฉพาะนาง ฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ต้องการทหารรับจ้างเพิ่มประมาณอีก 2,700 – 7,000 นาย ให้ประจำการอย่างถาวรบางเขตพื้นที่ทางผ่านอิรัก เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ และมีการทำสัญญากับหลายบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนสัญชาติสหรัฐฯ และอังกฤษหรือเรียกว่าบริษัททหารรับจ้าง อย่างเช่น บริษัท black water มีสำนักงานใหญ่ในรัฐนอร์ธ แครโรไลนา พนักงานส่วนใหญ่เป็นอดีตทหารพลร่ม หน่วยรบพิเศษ มีขีดความสามารถสูงในการรบระยะประชิด มีความชำนาญการใช้อาวุธสงคราม และเป็นบริษัทที่เคยลักลอบค้าอาวุธสงครามให้แก่อัฟกานิสถานและพรรคคนงานเคริด์ในตุรกี และฝึกทหารให้แก่เขตปกครองตนเองทางตอนใต้ซูดาน และสหรัฐฯ มีสถานทูตประจำอิรักซึ่งใหญ่พอกับนครรัฐวาติกันในอิตาลี เหมือนว่าสหรัฐฯ ต้องการสร้างระบอบใหม่กึ่งยึดครอง โดยให้ทหารรับจ้างควบคุมภายในอิรัก !

      ในช่วงปี ค.ศ 2007 จำนวนกองกำลังทหารสหรัฐฯ เข้ายึดครองอิรักสูงสุด 1 แสน 7 หมื่นนาย โดยอดีตประธานาธิปดี จอรจ์ ดับเบิ้ลยูบุช ใช้แผนปฎิบัติการ operation Iraqi freedom ยุทธการเพื่อเสรีภาพของชาวอิรัก ก็คือยุทธศาสตร์การปล้นเสรีภาพของชาวอิรักนั้นเอง เพราะผู้บริสุทธ์ต้องสังเวยชีวิต 1 ล้าน 5 แสนคน จากรายงานขององค์กรสิทธิมนุษยชน 14 / 3 / 2009  และมีผู้ลี้ภัยชาวอิรักประมาณ 4 ล้านคน และประมาณ 4 แสนคนต้องโทษ ถูกจองจำทรมาน ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ผู้ต้องหาสตรีอิรักถูกข่มขืนในคุกอบูฆอรีบของอิรักโดยทหารสหรัฐฯ จากรายงานของสหภาพเชลยและนักโทษการเมืองอิรัก ดังมีภาพปรากฎในหนังสือพิมพ์อังกฤษ 3 / 5 / 2009 และภาพในเวป์ไซต์แห่งหนึ่งขอสงวนไว้ และผู้พิการจากรายงานของกระทรวงสาธารสุขอิรัก ซึ่งไม่สามารถระบุตัวเลขที่แน่นอนได้ แต่ประมาณการว่าผู้ที่พิการทางร่างกายและปัญญาราว 2 -3 ล้านคน

      หลังจากบารัค โอบามา เข้ารับตำแหน่งประธานาธิปดี จำนวนทหารสหรัฐฯ ลดลงเป็นลำดับ จาก 1 แสน 4 หมื่น 4 พันนาย เมื่อปีที่ผ่านมา และลดลงเหลือ 1 แสน 1 หมื่น 2 พันนาย      ในเดือนมกราคมปีนี้ และลดลงเหลืออีก 8 หมื่น 8 พันนาย ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา       กระทั้งปัจจุบันคงเหลือจำนวนทหารสหรัฐฯ 5 หมื่นนายในอิรัก ประจำการอยู่ในฐานทัพสหรัฐฯ 94 แห่งในอิรัก รวมถึงจำนวนทหารรับจ้าง จำนวนผู้ที่ทำสัญญากับกองทัพสหรัฐฯ จำนวนหน่วยสืบราชการลับ ที่ทางการสหรัฐฯ ว่าจ้างมาเฝ้าประเทศอิรัก เพื่อให้เกิดสถานการณ์ความไม่สงบคงอยู่ต่อไปในอิรักอย่างถาวร !!? หรือนี้คือ แผนปฎิบัติการ Operation new dawn  ที่ประธานาธิปดี บารัค โอบามา จะดำเนินตามยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ศกนี้

Untitled-5

           ชาวอิรักแต่ละคนมีสิทธิ์ถามถึงสิ่งที่พวกเขาถูกฆ่า ถูกทำร้ายทำลาย ถูกบังคับให้ออกจากที่อยู่อาศัย และการเข้ามายึดครอง ด้วยข้ออ้าง “เสรีภาพของชาวอิรัก” สหรัฐฯ และพันธมิตรโกหกตลบตะแลงว่า “ปลดปล่อยอิรัก” นั่นเป็นคำหลอกลวงที่อาศัยเหตุร้ายที่เกิดกับประชาชนชาวอิรักทุกวัน ทุกชั่วขณะ แต่เหุตผลที่แท้จริง เพื่อรวมหัวกันแบ่งทรัพย์สิน( น้ำมัน )ที่ปล้นมาได้ จะเห็นได้ว่าเวลาที่เกิดความคัดแย้งอย่างมากระหว่างกลุ่มพรรคการเมืองที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง และระหว่างผู้ที่ต้องการรักษาเกียรติ ซื่อเสียง เงินทองและตำแหน่ง สหรัฐฯ จะอ้างว่า เป็นเรื่องกิจการภายในของอิรัก แต่ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับน้ำมันของชาวอิรักและการร่วมลงทุนของบริษัทน้ำมันสัญชาติอเมริกันและยุโรป สหรัฐฯ จะอ้างว่าเป็นเรื่องของนานาชาติ และต้องอยู่กับอิรัก  เพื่อพัฒนาหรือฟื้นฟูบ่อน้ำมันของชาวอิรัก คำกล่าวอ้างอย่างนี้ ไม่ถือเป็นเรื่องแปลก เพราะเราเคยชินและรับรู้กับการตีสองหน้าและความปลิ้นปล้อนของสหรัฐฯ

Untitled-6

เมื่อหลายวันที่ผ่านมา นาย คริสโตเฟอร์ ฮิลล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำอิรัก และคณะฑูตานุฑูตจากอังกฤษ ฮอลแลนด์ อิตาลี และญี่ปุ่น ได้เดินทางไปจังหวัดอัลบัสเราะห์ เป้าหมายเพื่อหาวิธี หนทางขโมยและถือครองน้ำมันของชาวอิรัก มีเจ้าหน้าที่รัฐบาลอิรัก เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมภาคน้ำมัน และบรรดาผู้บริหารดำเนินงานในภาคอุตสาหกรรมน้ำมันนานาชาติ ร่วมสมทบไปด้วย พร้อมกับบรรดาตัวแทนบริษัทน้ำมันทั้งหลาย ที่มาร่วมขโมยน้ำมันอิรักรวมถึงผู้บริหารบริษัทน้ำมันจาก บีพี , เอ็กซ์ซอนโมบิล , เชลล์ , อี เอ็น ไอ  และพนักงานอิรักจำนวนหนึ่ง ในการเดินทางไปจังหวัดอัลบัสเราะห์ครั้งนี้ เพื่อต้องการรับทราบข้อมูลความคืบหน้า การเข้าถือสิทธิในการครอบครองน้ำมัน พวกเขาเยี่ยมชมโรงกลั่นน้ำมัน เดินวนรอบบนทางฟุตบาท และอยากทราบเกี่ยวกับการสำรวจขุดเจาะในแหล่งน้ำมันที่ใหญ่สุดของอิรัก เพื่อรับข้อมูลโดยตรงถึงวิธีการใช้เทคนิคสมัยใหม่ของอุตสาหกรรมน้ำมันนานาชาติ เพื่อพยายามเร่งเพิ่มการผลิตน้ำมัน เป้าหมายให้น้ำมันจมอยู่ในตลาด แล้วราคาน้ำมันจะได้ลดลง นาย คริสโตเฟอร์ ฮิลล์ เน้นว่า สังคมโลก จำเป็นต้องให้ความช่วยเหลืออิรักในการเพิ่มผลิตน้ำมัน และกล่าวว่า สหรัฐฯและบางประเทศพยายามใช้ประสบการณ์ ความชำนาญ และกำลังวัตถุทางอุตสาหกรรมน้ำมันนานาชาติ เร่งไปสู่การดำเนินการพัฒนาภาคน้ำมันในจังหวัดอัลบัสเราะฮ์ เพื่อสร้างความเจริญและโอกาสให้ชาวอิรักมีงานทำ นาย ฮิลล์ คงลืมไปว่า เหตุเพราะประเทศสหรัฐฯ ทำให้ชาวอิรัก 70 เปอร์เซ็นอาศัยอยู่ใต้เส้นความยากจน !!!

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช