|
|
|
|
บทว่าด้วยคำสั่งใช้ให้รักษาซุนนะห์และมารยาทของท่านร่อซู้ล
เรียบเรียงโดย อ.เอาลา มูลทรัพย์
(วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม 2554 )
عَنْ جَابِرٍ قَالَ سَمِعْتُ النَّبِيَّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَقُولُ :- إِنَّ الشَّيْطَانَ يَحْضُرُ أَحَدَكُمْ عِنْدَ كُلِّ شَيْءٍ مِنْ شَأْنِهِ حَتَّى يَحْضُرَهُ عِنْدَ طَعَامِهِ فَإِذَا سَقَطَتْ مِنْ أَحَدِكُمْ اللُّقْمَةُ فَلْيُمِطْ مَا كَانَ بِهَا مِنْ أَذًى ثُمَّ لِيَأْكُلْهَا وَلَا يَدَعْهَا لِلشَّيْطَانِ فَإِذَا فَرَغَ فَلْيَلْعَقْ أَصَابِعَهُ فَإِنَّهُ لَا يَدْرِي فِي أَيِّ طَعَامِهِ تَكُونُ الْبَرَكَةُ
รายงานจากท่านญาบิรเล่าว่า : - ฉันได้ยินท่านร่อซู้ลกล่าวว่า – “ แท้จริงชัยฏอนนั้นจะเข้าแทรกแซงคนหนึ่งคนใดจากพวกท่านในทุก ๆ กิจการของเขาแม้กระทั่งในขณะที่เขารับประทานอาหาร ดังนั้นเมื่ออาหารคำหนึ่งของคนใดจากพวกท่านตกหล่น (ก็จงหยิบมันขึ้นมา) และจงเอาส่วนที่เปื้อน ๆ ออก แล้วจงรับประทานมันเถิด อย่าทิ้งมันไว้ให้ชัยฏอน ตลอดจนเมื่อเสร็จสิ้นจากรับประทานอาหาร ก็ให้เขาเลียนิ้วมือของเขา แท้จริงเขาไม่ทราบได้หรอกว่า “ บะรอกัต ” (ความดีอันมากมาย) นั้น อยู่ในอาหารส่วไหน บันทึกโดยมุสลิม สิ่งที่ได้รับจากหะดีษบทนี้ 1. อิสลามให้ความสำคัญต่อพฤติกรรมทุกอย่างของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หรือเรื่องใหญ่ๆ ก็ตาม 2. ชี้ให้เห็นถึงความถ่อมตนของท่านร่อซู้ล และความละเอียดถี่ถ้วนของท่าน 3. ชี้ให้เห็นว่าท่านยกย่องเนี๊ยะมัต (ความโปรดปราน) ของอัลลอฮฺ และท่านยังได้แนะนำเรื่องนี้ให้แก่มนุษยชาติอีกด้วย 4. แสดงว่าชัยฏอนนั้นมีจริง และพวกมันก็มีการกินอาหารด้วย แต่เราไม่เห็นมัน
عَنْ سَلَمَةَ بْنِ الْأَكْوَعِ أَنَّ أَبَاهُ حَدَّثَهُ أَنَّ رَجُلًا أَكَلَ عِنْدَ رَسُولِ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ بِشِمَالِهِ فَقَالَ كُلْ بِيَمِينِكَ قَالَ لَا أَسْتَطِيعُ قَالَ لَا اسْتَطَعْتَ مَا مَنَعَهُ إِلَّا الْكِبْرُ قَالَ فَمَا رَفَعَهَا إِلَى فِيهِ
รายงานจากซะละมะห์ อิบนิล อักวะอฺ เล่าว่า : – แท้จริงพ่อของเขาได้เล่าให้ฟังว่า : – มีชายคนหนึ่งรับประทานอาหารด้วยมือซ้ายอยู่กับท่านร่อซู้ล ท่านร่อซู้ลจึงบอกว่า “ จงรับประมานอาหารด้วยมือขวาของท่านซิ ” ชายผู้นั้นกล่าวตอบว่า :– “ ฉันไม่สามารถทำได้ ” ท่านร่อซู้ล จึงกล่าวว่า : –“ ที่ท่านไม่สามารถทำได้ ไม่ใช่เพราะอะไรมายับยั้ง นอกจากความโอหังเท่านั้น ” และแล้วเขาก็ไม่สามารถยกมือถึงปากของเขาได้ บันทึกโดยมุสลิม สิ่งที่ได้รับจากหะดีษบทนี้ 1. ชี้ให้เห็นถึง “ มั้วะอฺญิซาต ” ของท่านร่อซู้ล 2. เตือนภัยแก่ผู้ฝ่าฝืน หรือต่อต้านแบบฉบับของท่าร่อซู้ล 3. ความดีนั้นอยู่ที่การปฏิบัติตาม ความชั่วนั้นอยู่ที่การอุตริทำ عَنْ عُمَرَ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ أَنَّهُ جَاءَ إِلَى الْحَجَرِ الْأَسْوَدِ فَقَبَّلَهُ فَقَالَ إِنِّي أَعْلَمُ أَنَّكَ حَجَرٌ لَا تَضُرُّ وَلَا تَنْفَعُ وَلَوْلَا أَنِّي رَأَيْتُ النَّبِيَّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يُقَبِّلُكَ مَا قَبَّلْتُكَ รายงานจากท่านอุมัร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ :- เขาได้มายังหะญะร้อลอัสวัด (หินดำ) และได้จูบมัน หลังจากนั้นเขาก็กล่าวขึ้นว่า :- ฉันทราบดีว่า เจ้าเป็นเพียงก้อนหินก้อนหนึ่ง ไม่สามารถให้คุณและให้โทษได้ ถ้าหากฉันไม่เห็นท่านนบีจูบเจ้าฉันก็จะไม่จูบเจ้าเลย (บันทึกโดยบุคอรีย์ และมุสลิม) สิ่งที่ได้รับจากหะดีษบทนี้ 1. เป็นการขจัดความเข้าใจของคนเขลาเบาปัญญาบางคน ที่คิดว่าหินดำนั้นศักดิ์สิทธิ์ 2. แบบฉบับของท่านร่อซู้ลนั้นคือ คำพูด การกระทำ และการยอมรับของท่าน 3. เมื่อซุนนะห์ของท่านร่อซู้ลถูกนำไปผสมกับสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ จำเป็นที่เราจะต้องตัดสิ่งแปลกปลอมนั้นออกไป คงไว้แต่เพียงซุนนนะห์ของท่านร่อซู้ลเท่านั้น |
| สมัครสมาชิก |
| เข้าสู่ระบบ |
| แก้ไขข้อมูลส่วนตัว |
| ค้าหาข้อมูล |