|
|
|
|
ฟิกฮุซซุนนะห์فقه السـنة โดย อ.มุคต๊าร ชนะมิตร
( วันเสาร์ที่ 5 มี.ค. 2554 )
เรื่อง การทำความสะอาดเพื่อขจัดสิ่งสกปรก (1) การทำความสะอาดเสื้อผ้า ร่างกายเสื้อผ้าที่เปรอะเปื้อน จำเป็นต้องซักล้างสิ่งสกปรกให้หมดไป ส่วนตรงที่ยังติดอยู่ถือเป็นการอนุโลมให้ การล้างหรือการซักเพียงครั้งเดียวก็เพียงพอแล้ว มีรายงานจากอัสมาอฺ ลูกสาวของท่านอบูบักร (รฎ) ได้กล่าวว่า جاءت امرأة إلى النبي صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فقالت : إحدانا يصيب ثوبـها من دم الحيض كيف تصنع به؟ فقال : تحته .ثم تقرضه بالماء , ثم تنضحه ثم تصلي فيه . ความว่า: หญิงคนหนึ่งได้มาหาท่านนบี ศ็อลฯ แล้วพูดว่า “ พวกเราคนหนึ่งเสื้อผ้าของเธอเปื้อนเลือดประจำเดือน แล้วนางจะทำอย่างไร ?” ท่านนบีตอบว่า “ ให้นางขูดมันออกแล้วซักด้วยน้ำ จากนั้นให้นางเอามาสวมใส่ละหมาดได้” ถ้ามีสิ่งมาติดปลายผ้านุ่ง พิ้นดินก็จะทำให้สิ่งนั้นสะอาดได้ ดังที่มีรายงานว่า มีหญิงคนหนึ่งได้ถามอุมมุสะละมะฮฺว่า إني أطيل ذيلي وأمشي في المكان القذر ؟ فقالت لها : قال رسول لله صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ : يطهره ما بعده . ปลายผ้านุ่งของดิฉันมันยาว แล้วดิฉันจะต้องเดินในที่ๆสกปรก นางบอกว่านางได้เล่าเรื่องนี้ให้ท่าน รซูล ศ็อล ทราบ แล้วท่านรซูลกล่าวว่า “พื้นดินต่อจากนั้นจะทำให้มันสะอาดได้” (2) การทำความสะอาดพื้นดิน พื้นดินที่สกปรกจะสะอาดได้ด้วยการราดน้ำลงไป ดังรายงานจากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺว่า قام اعرابي فبال في المسجد فقام إليه الناس ليقعوا به فقال النبي صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ : دعوه واريقوا على بوله سجلا من ماء أو ذنوبا من ماء , فإنـما بعثتم ميسرين ولم تبعثوا معسرين . ความว่า: อาหรับชนบทคนหนึ่งได้ยืนขึ้น แล้วฉี่ลงในมัสยิด ทุกคนก็ลุกขึ้นเพื่อไปเล่นงานเขา ท่าน นบี ศ็อลฯ กล่าวว่า “ ปล่อยเขาไปเถิด แล้วเอาน้ำราดลงไปที่ปัสสาวะนั่น กระป๋องน้ำหนึ่งหรือน้ำจำนวนหนึ่ง เพราะที่จริงแล้วพวกท่านถูกส่งมาเป็นผู้ให้ความสะดวก มิใช่ถูกส่งมาเพื่อเป็นผู้สร้างความลำบาก” หะดีษอีกบทหนึ่ง ท่านรซูล (ซ.ล.) กล่าวว่า ( زكاة الأرض يبسها ) “ความสะอาดของพื้นดิน คือการที่มันแห้ง” ( 3 ) การทำความสะอาดเนยและสิ่งอื่นๆ มีรายงานจากท่านอิบนุ อับมาส (รฎ) ว่าท่าน นบี ศ็อลฯ ได้ถูกถามเกี่ยวกับหนูที่ตกลงไปในเนย ท่านตอบว่า ألقوها . وما حولها طرحوه وكلوا سمنكم “เอาหนูโยนทิ้งไป แล้วเนยที่อยู่ตรงรอบตัวของมันก็เอาทิ้งไปด้วย แล้วกินสิ่งที่เหลือจากเนยของท่าน” ( 4 ) การทำความสะอาดหนังสัตว์ หนังสัตว์จะสะอาดได้ด้วยการฟอก ดังที่มีหะดีษที่ท่าน รซูล ศ็อลฯ กล่าวว่า إذا دبغ الإهاب فقد طهر . “เมื่อหนังสัตว์ถูกฟอก มันก็ย่อมสะอาดแน่นอน” ( 5 ) การทำความสะอาดกระจกและสิ่งอื่นๆ เช่น กระจก มีด ดาบ เล็บ กระดูก ภาชนะโลหะ ตลอดจนสิ่งที่ไม่มีการซึมเข้าไปได้นั้น ให้เช็ดจนสิ่งสกปรกหมดไป ( 6 ) การทำความสะอาดรองเท้า รองเท้าที่สกปรกจะสะอาดได้ด้วยการเอาถูพื้นดิน จนแน่ใจว่าสิ่งสกปรกหมดไป ท่านรซูล ศ็อลฯ กล่าวว่า إذا وطئ أحدكم بنعله الأذى فإن التراب له طهور . “เมื่อคนหนึ่งคนใดในพวกท่าน เหยียบสิ่งสกปรกด้วยรองเท้าของเขา แท้จริงดินนั้นคือสิ่งที่ทำความสะอาดให้แก่รองเท้านั้น” ( 7 ) สิ่งที่พบเป็นประจำ ราวตากผ้าที่ตากผ้าสกปรก หลังจากที่ถูกแสงแดดหรือลมจนแห้ง ก็ใช้ตากผ้าที่สะอาดได้ เมื่อมีสิ่งหนึ่งสิ่งใด ตกลงมาโดนตัวท่านก็ไม่ต้องถามว่าเป็นน้ำหรือปัสสาวะ หรือถ้าหากถามก็ไม่จำเป็นที่ผู้ถูกถามจะต้องตอบ แม้เขาจะรู้ว่าสกปรกก็ตาม ละไม่จำเป็นจะต้องล้างหรือซักแต่อย่างใด เมื่อน้ำหรือของเปียกหยดหรือราดลงมาบนคนหรือเสื้อผ้าในเวลากลางคืน โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ก็ไม่จำเป็นต้องดมหรือค้นหาข้อเท็จจริงแต่ประการใด ทั้งนี้เพราะมีรายงานว่า แท้จริง อุมัร (รฎ) ได้เดินผ่านมาในวันหนึ่ง แล้วมีสิ่งหนึ่งตกลงมาจากรางน้ำ ท่านมีผู้ร่วมมาด้วยคนหนึ่งเขาได้ร้องตะโกนถามเจ้าของรางน้ำ น้ำของท่านสะอาดหรือสกปรก อุมัรจึงกล่าวว่า โอ้เจ้าของรางน้ำจงอย่าบอกเรานะ แล้วท่านก็เดินต่อไป ไม่จำเป็นต้องล้างดินหรือโคลนที่กระเซ็นมาถูกเขา กะมีลอิบนุ ซิยาด ได้กล่าว่า ฉันได้เห็นอาลี (รฎ) เดินผ่านโคลนตรมในขณะฝนตก หลังจากนั้นเขาก็ได้เข้าไปในมัสยิด แล้วละหมาดได้โดยได้ล้างเท้าทั้งสองของเขา เมื่อคนหนึ่งกลับมาจากละหมาด เขาก็เห็นสิ่งสกปรกเปื้อนผ้าและร่างกาย ซึ่งเขาไม่ทราบมาก่อนหรื่อทราบมาก่อน แต่ขณะละหมาดเขาลืมไป หรือไม่ได้ลืมแต่ไม่สามารถกำจัดมันได้ การละหมาดที่เขาละหมาดไปแล้วถือว่าใช้ได้ไม่ต้องกลับไปละหมาดใหม่ ทั่งนี้โดยอาศัยหลักฐาน กรุอานที่ว่า ليس عليكم جناح فيما أخطأتم به ความว่า “ไม่มีโทษอันใดแก่พวกเจ้าในสิ่งที่พวกเจ้าผิดพลาดไป” ตามนัยดังกล่าวนี้ เป็นการอธิบายของบรรดาสาวกและตาบีฮีน (ชนรุ่นหลังสาวก) เป็นการส่วนใหญ่ เมื่อคนหนึ่งไม่ทราบว่า สิ่งสกปรกเปื้อนผ้าตรงไหน? กรณีนี้ต้องซักผ้าทั้งผืน เพราะไม่ทราบถึงความสะอาดได้อย่างมั่นใจ นอกจากจะต้องซักผ้าทั้งผืนเท่านั้น ทั้งนี้โดยอาศัยหลักที่ว่า مالا يتم الواجب إلا به فهو واجب ความว่า “สิ่งใดที่วายิบจะไม่สมบูรณ์ ได้ นอกจากด้วยสิ่งนั้นแล้ว ก็ถือสิ่งนั้นเป็นวายิบ” ถ้าผ้าสะอาดปะปนกับผ้าสกปรก ไม่สามารถจะจำแนกได้ กรณีนี้ก็ให้พิจารณา เลือกเอาผืนหนึ่งสวมใส่ละหมาดได้เพียงครั้งเดียว ทำนองเดียวกับการสงสัยเรื่องทิศกิบละฮฺ นั้นเองทั้งนี้ ไม่ว่าผ้าสะอาดนั้นจะมีมาหรือน้อยก็ตาม
|
| สมัครสมาชิก |
| เข้าสู่ระบบ |
| แก้ไขข้อมูลส่วนตัว |
| ค้าหาข้อมูล |